โบท็อกซ์ (Botulinum Toxin) ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด จึงช่วยลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อ
ริ้วรอยหลายแบบเกิดจากการที่เราขยับใบหน้าซ้ำ ๆ ทุกวัน เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา โบท็อกซ์จึงช่วยดูแลริ้วรอยกลุ่มนี้ได้ดี และในบางเทคนิคยังนำมาใช้เพื่อช่วยปรับรูปหน้าและลดการทำงานของกล้ามเนื้อบางมัดได้
โบท็อกซ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไป ผลของโบท็อกซ์มักคงอยู่ประมาณ 3-4 เดือน แต่ระยะเวลาที่เห็นผลอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณที่ใช้ การทำงานของกล้ามเนื้อ และการตอบสนองของร่างกายแต่ละคน
ตัวอย่างผลลัพธ์ก่อน-หลัง
ตัวอย่างการดูแลริ้วรอยหน้าผากและระหว่างคิ้วด้วยโบท็อกซ์ที่คลินิก เลื่อนเมาส์หรือแตะที่ภาพเพื่อดูผลลัพธ์




ตัวอย่างจากคลินิก ผลลัพธ์และระยะเวลาการออกฤทธิ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
หลังฉีดควรดูแลตัวเองอย่างไร?
หลังฉีดควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยทั่วไปแนะนำให้
- หลีกเลี่ยงการนวด คลึง หรือกดบริเวณที่ฉีด
- หลีกเลี่ยงการออกแรงหรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนจัดในช่วงแรก ตามคำแนะนำของแพทย์
- ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ควรเลี่ยงการสัมผัสหรือถูบริเวณที่ฉีดแรง ๆ
- หากมีอาการบวม แดง หรือรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด สามารถพบได้และมักค่อย ๆ ดีขึ้น
อาการที่ควรรีบพบแพทย์
หากมีอาการผิดปกติ เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก หนังตาตก มองเห็นผิดปกติ กลืนหรือหายใจลำบาก ควรรีบพบแพทย์ทันที
ผลลัพธ์และระยะเวลาการออกฤทธิ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล การฉีดควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
เห็นผลเร็วแค่ไหนหลังฉีด?
โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในไม่กี่วันถึงประมาณสองสัปดาห์ ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ทางคลินิกจะนัดประเมินผลและให้คำแนะนำที่เหมาะกับคุณ
ควรฉีดซ้ำเมื่อไหร่?
เมื่อผลเริ่มลดลงและกล้ามเนื้อกลับมาทำงานมากขึ้น หลายคนเลือกฉีดซ้ำในช่วงประมาณ 3-4 เดือน แต่ควรให้แพทย์ประเมินตามลักษณะผิวและกล้ามเนื้อของแต่ละคน
ที่บุปผาคลินิก ย่านอุดมสุข เราเริ่มจากการประเมินปัญหาและความต้องการของผิวคุณก่อน แล้วจึงเลือกแนวทางที่เหมาะกับคุณจริง ๆ ไม่ใช่ตามเทรนด์ ดูแลลูกค้าจากย่านอุดมสุข บางนา แบริ่ง บางจาก ศรีนครินทร์ และสุขุมวิท 103 หากอยากปรึกษาเรื่องโบท็อกซ์ ทักมาทาง LINE ได้เลยค่ะ
แหล่งอ้างอิง: U.S. Food and Drug Administration (FDA), Cleveland Clinic. เนื้อหานี้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

